|
การรักษารอยแผลที่รักษาได้ยากโดยใช้วิธีการ skin needling เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเปลี่ยนชั้นผิวหน้าใหม่ – โดย Dr. Des Fernandes
Dr. Des Fernandes เป็นศัลยแพทย์พลาสติกโดยเชี่ยวชาญศัลยกรรมบริเวณศีรษะและลำคอ Dr. Des Fernandes มีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำเลเซอร์มาสองปี และการกรอผิว ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าวิธีต่าง ๆ เหล่านั้นจะทำลายหนังกำพร้าที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เทคนิคที่กำลังจะอธิบายนี้เป็นวิธีการที่ปกป้องชั้นหนังกำพร้าไม่ให้ถูกทำลาย พ้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ คนทั่วไปจะรู้จัก Dr. Des Fernandes เกี่ยวกับการทำให้รอยแผลจางลงโดยการใช้อุปกรณ์การสักสักลงไปที่รอยแผลเป็น ที่มันได้ผลเพราะว่าเข็มนั้นทำให้มัดของคอลลาเจนเดิมแตกตัว และในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้นใต้ชั้นหนังแท้ เนื่องจากเข็มนั้นแทรกลงไปที่ชั้นหนังกำพร้าและก็กลับออกไปโดยไม่ได้ดึงเนื้อหรือหนังออกไปแต่อย่างใด ผิวชั้นหนังกำพร้านั้นจะถูกทำให้เป็นแผลแต่แล้วก็จะหายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อผิวบวม, รูที่ถูกเข็มแทงเข้าไปจะปิดตัว และผิวก็จะแลดูเกือบเป็นปกติ เข็มจะแทงลงไปลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตรของชั้นหนังแท้ จะทำให้รู้สึกเจ็บสักพัก จะเกิดรอยแผลและเลือดออกในบริเวณที่เข็มแทงลงไป ลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนให้ทำงาน ผลที่ได้จะคล้ายกับการทำเลเซอร์โดยไม่ทำลายชั้นหนังกำพร้า ยิ่งเข็มลงไปใต้ชั้นผิวหนังแท้ลึกเท่าใด ก็จะยิ่งเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินมากเท่านั้น การรักษา – ผิวจะเป็นสีแดงเข้ม ๆ หลังจากผ่านการใช้เข็มแทงลงไป เลือดก็จะหยุดไหลในที่สุด เพราะว่าเป็นแค่เข็มจิ้มไม่ได้เป็นแผลใหญ่โตอะไร Dr. Des Fernandes กล่าวว่าเคยรักษาผิวด้วยการใช้ granulflex กับ Tegaderm หรือ ใช้วิตามินเอ และวิตามินเจลที่สามารถต้านอนุมูลอิสระทาทิ้งไว้บนผิวหน้า จึงทำให้รู้ว่าการรักษาจะได้ผลดีเมื่อผิวเปิดและทาด้วยวิตามินเอเจล หลังจากการใช้เข็มจิ้มอีกครั้ง วันที่ 4-5 ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน ๆ ซึ่งสามารถใช้เมคอัพปกปิดได้ อาการผิวบวมก็จะหายไปจนสังเกตไม่ค่อยเห็น ในขณะเดียวกันคอลลาเจนและอีลาสตินก็จะสร้างเพิ่มขึ้นมาแทนและทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับแน่นตึงขึ้น กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำซ้ำได้ตามต้องการเมื่อรอยแผลที่หนังกำพร้าหายสนิทดีแล้ว ข้อบ่งใช้ – เพื่อช่วยคงความตึงกระชับให้กับผิวที่เริ่มหย่อนยาน เพื่อเป็นทางเลือกนอกจากการทำเลเซอร์เพื่อลดรอยแผลและริ้วรอยต่าง ๆ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำ เพราะจะเกิดรอยด่างดำขึ้นได้ง่าย ข้อดี – ราคาไม่แพง, แผลหายเร็ว ใช้เวลาในการทำไม่นาน ไม่ทำลายผิว ผิวจะหนาแน่นขึ้น ไม่ทำให้ผิวหน้าไวต่อแดด ผู้ที่มีผิวหน้าบางก็สามารถทำได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามเฉพาะทางเป็นผู้ดำเนินการให้ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความงามทั่วไปก็ได้ ข้อเสีย – อาจต้องทำซ้ำสองถึงสามครั้งหากมีรอยแผลหรือจุดด่างดำจากผิวอักเสบ สรุปว่าวิธีการนี้มีผลข้างเคียงน้อยและให้ผลคล้ายการทำเลเซอร์เพื่อเปลี่ยนชั้นผิวหน้า และไม่มีรอยดำจากการเกิดผิวอักเสบเหมือนการทำเลเซอร์ ผลที่ได้จากการทำ นานที่สุดอยู่ได้สองปี มั่นใจได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป คอลลาเจนก็จะสร้างเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับการทำเลเซอร์หรือการใช้เคมีลอกผิวหน้า ถ้าเห็นว่าบทความนี้ประโยชน์และนำไปใช้ในเวบหรือ blog ส่วนตัวกรุณาทำลิงค์มาที่เราด้วยนะครับ Reference - Dr. Des Fernandes แปลและเรียบเรียง Acnethai.com |