สำหรับใครที่ชอบเป็นสิวขึ้นช่วงมีประจำเดือนลองหาวิตามินบี 6 มาเพิ่มดูนะครับเพราะตัวนี้จะช่วยเพิ่มระดับโปรเจสเตอโรนในร่างกาย และช่วยปรับระดับฮอร์โมนให้เป็นปกติแถมยังช่วยเรื่องผิวพรรณอีกต่างหาก
วิตามินบี6 – ไพริดอกซิน วิตามินบี6 รู้จักกันอีกชื่อในนาม ไพริดอกซินซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มวิตามินบี สามารถละลายได้ในน้ำ เป็นวิตามินที่จำเป็นทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ... ไพริดอกซินจำเป็นต่อการสร้างสมดุลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในผู้หญิง ระบบภูมิคุ้มกัน และการเจริญเติบโตของเซลล์ใหม่ ยังจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญโปรตีน, ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งช่วยในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของคน ไพริดอกซินอาจเป็นประโยชน์ต่อเด็กในการเรียนรู้ และยังป้องกันการเป็นรังแค เรื้อนกวาง และสะเก็ดเงิน ไพริดอกซินช่วยสร้างสมดุลของโซเดียม และโพแทสเซียม ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยเสริมสร้างกรดนิวคลีอิคใน RNA และ DNA ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคมะเร็ง และต่อต้านการก่อตัวของสารพิษ homocysteine ซึ่งทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ... หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดูก่อนการมีประจำเดือน, อาการปวด, ภาวะอารมณ์แปรปรวนระหว่างการมีประจำเดือน, สิว และอาการคลื่นไส้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ อารมณ์แปรปรวน, หดหู่ ไม่มีความต้องการทางเพศ เหล่านี้บางครั้งเกิดจากการขาดไพริดอกซิน ผู้ที่ใช้ฮอร์โมนในการรักษาโรค หรือผู้ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด สิวในผู้ใหญ่ - - หญิงที่มีรอบเดือนและเป็นสิวนั้นส่วนใหญ่จะตอบสนองดีกับอาหารเสริมวิตามินบี6 ช่วยให้การเผาผลาญฮอร์โมนสเตียรอยด์เป็นไปได้ตามปกติ วิตามินบี6 ใช้ได้อย่างต่อเนื่องที่ 50-200 มิลลิกรัมต่อวัน อาการปวดเกร็งอย่างผิดปกติของมดลูก - - วิตามินบี6 ให้ผลดีกับอาการนี้เพราะช่วยลดเอสโตรเจน และเพิ่มระดับโปรเจสเตอโรนแทน การศึกษาทดลองประสิทธิภาพของอาหารเสริมวิตามินบี6 ในการรักษาอาการปวดเกร็งมดลูก 84% ของการทดลองพบว่าอาการดังกล่าวลดลงระหว่างการรักษาด้วยวิตามินบี6 แม้ว่าอาการของ PMS จะมีหลายแง่มุม, การเสริมวิตามินบี6อย่างเดียวนั้นก็ช่วยทุเลาอาการของผู้ป่วยได้ ในการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า สิวที่เกิดก่อนการมีประจำเดือนนั้นลดลง 72% ของจำนวนผู้หญิงทั้งหมด 106 คนที่ได้รับไพริดอกซินวันละ 50 มิลลิกรัม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือน และระหว่างการมีประจำเดือน ไพริดอกซินนั้นทำหน้าที่คล้ายยาขับปัสสาวะอ่อน ๆ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดเกร็งมดลูกได้ การขาดวิตามินบี6 - - อาการหงุดหงิด, ประหม่าตื่นกลัว นอนไม่หลับ และอ่อนเพลีย, มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงสภาพผิว เช่นอาจมีผิวอักเสบ สิว เป็นหืด หรือภูมิแพ้ อาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการขาดไพริดอกซิน และอาจมีอาการเล็บเป็นคลื่นไม่เรียบ เจ็บลิ้น อาจเกิดภาวะกระดูกพรุน ข้อต่ออักเสบ นิ่วในไต เป็นต้น ขนาดรับประทาน - - ปริมาณที่เหมาะสมคือปริมาณที่ RDA ระบุเอาไว้ แต่ควรทราบว่าปริมาณดังกล่าวเป็นปริมาณขั้นต่ำต่อวันสำหรับผู้ที่ขาดวิตามินนี้อย่างรุนแรง ในการรักษาที่ต้องใช้วิตามินบี6 นี้ ปริมาณการใช้ก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามวิจารณญาณ แต่อย่าลืมว่าปริมาณที่การใช้ก็มีผลต่อระดับความเป็นพิษด้วย (2 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นค่าที่แนะนำให้ใช้ได้) ความเป็นพิษและอาการเมื่อรับประทานมากเกิน - - การเสริมวิตามินนี้ควรอยู่ภายใต้ความควบคุมไม่ให้มากเกินไป เช่นหากรับประทานในประมาณมากกว่า 2000 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาทได้ - - ผู้ป่วยโรคพากินสันควรใช้วิตามินบี6 ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากวิตามินบี6 อาจทำให้ประสิทธิภาพของยา levodopa ลดลง การใช้ไพริดอกซินก่อนนอนอาจทำให้เกิดฝันเสมือนจริงที่ทำให้ติดตาได้ วิตามินบี6 หรือไพริดอกซินให้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับ - - ควรใช้ร่วมกับกลุ่มวิตามินบี และในวิตามินเสริมควรมีวิตามินบี6 ในปริมาณใกล้เคียงกับวิตามินบี2 เนื่องจากวิตามินบี2 ช่วยให้ไพริดอกซินทำงานได้ดีขึ้น - - วิตามินซีก็เป็นสารอาหารที่ดี, แมกนีเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม, สังกะสี, ไลโนเลอิค และกรดไขมันต่าง ๆ เป็นวิตามินร่วมที่ให้ผลดี เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ปริมาณมากขึ้น - - ผู้ที่ใช้ยาแก้อาการซึมเศร้า, ยาคุมกำเนิด หรือการใช้ฮอร์โมนในการรักษาโรคอื่น ๆ ควรใช้วิตามินในปริมาณมากขึ้น วิตามินนี้สามารถขับออกมาทางปัสสาวะ จึงควรใช้วิตามินนี้เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในคนที่รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง, ดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้ที่แพ้ MSG (โมโนโซเดียมกลูตาเมท) และ tartrazine เหล่านี้ควรเพิ่มปริมาณการรับประทานวิตามินบี6 แหล่งวิตามินบี6 ไพริดอกซิน - - ไพริดอกซินเป็นโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับวิตามินบี6 พบได้ในพื่ชผักและเมล็ดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรำข้าว ผักใบเขียว เนื้อวัว แหล่งอาหารอื่น ๆ คือเนื้อหมู, ปลา ข้าวโพด ข้าวสาลี มันฝรั่ง กล้วย ถั่วเขียว ยีสต์หมัก อโวคาโด ถั่วเหลือง วอล์นัท กากน้ำตาล แคนตาลูป กะหล่ำปลี นม ไข่แดง พริกไทยเขียว ถั่วลิสง ... การนำอาหารเหล่านี้มาประกอบเป็นอาหารจะทำลายวิตามินบี6ไป แม้ว่าอาหารนั้นจะเป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดก็ยังมีปริมาณวิตามินบี6น้อยกว่า 1 มิลลิกรัมต่อมื้อ - - การเสริมวิตามินด้วยรูปแบบของ pyridoxal-5-phosphate หรือ P5P อาจให้ผลได้ดีกว่าในบางคน ในวิตามินเสริมบางครั้งมีทั้งสองแบบรวมกันอยู่ P5P นั้นเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้น และฤทธิ์ของวิตามินบี6 และบ่อยครั้งที่ใช้ร่วมกับไพริดอกซิน เนื่องจาก P5P นั้นราคาสูงกว่าไพริดอกซิน ถ้าเห็นว่าบทความนี้ประโยชน์และนำไปใช้ในเวบหรือ blog ส่วนตัวกรุณาทำลิงค์มาที่เราด้วยนะครับ เรียบเรียงและแปลโดย Acnethai.com |