• 2.6 Idebenone •มาเริ่มต้นที่ประวัติคร่าวๆ ของ Idebenone ... ซึ่งเริ่มต้นจากการศึกษาประโยชน์ของ CoQ10 ในการช่วยเรื่องหัวใจล้มเหลว การลดการทำลายของ free-radicals ... CoQ10 เป็น natural compound ที่คล้ายๆ vitamin ... ผลจากการทดลองสังเคราะห์ CoQ10 และตัว derivertive ทำให้เกิดการค้นพบ Idebenone ขึ้น
Idebenone คล้ายๆ กับ CoQ10 มาก ในด้านโครงสร้าง ... Idebenone สามารถนำไปใช้แทน CoQ10 ในการสร้างพลังงานในเซลล์ได้ แล้ว Idebenone ก็ยังเป็น antioxidant ที่ดีอีกด้วย ... เนื่องจาก Idebenone ละลายในน้ำได้ดีกว่า CoQ10 และประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจาก free-radicals ก็แตกต่างไปจาก CoQ10 ... ทำให้ Idebenone ดูเหมือนว่าจะเหนือกว่า CoQ10
แต่ ... ผลการศึกษาก็ยังไม่มีมากพอ ... โดยรวมแล้วผลของ Idebenone ในเรื่อง anti-aging ใกล้เคียงกับ CoQ10 ... แต่ใครเหนือกว่าใครก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
ทีแน่ๆ จะช่วยลดริ้วรอยได้มั๊ยก็คงต้องรอให้มีการศึกษาเกี่ยวกับ Idebenone มากกว่านี้
• 2.7 Lycopene •Lycopene เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่ จัดอยู่ในกลุ่มสารประกอบ carotenes ... ซึ่งเป็นกลุ่ม plant pigments ที่มีสีออกส้ม แดง ต้ำตาล ... ซึ่ง carotenes สามารถช่วยปกป้องผิวจาก free-radicals และรังสี uv ได้ด้วย
Lycopene เรียกได้ว่าเป็น carotenes ที่ดีที่สุดที่ช่วยปกป้องผิวจาก free-radicals ... ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า Beta carotene อย่างน้อยสองเท่า ... การศึกษาเกี่ยวกับ Lycopene มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ... ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง การป้องกันมะเร็ง, heart deseases และ โรคเรื้อรังอื่นๆ ... แล้วยังรวมไปถึงการปกป้องผิวจาก free-radicals ด้วย
Lycopene ละลายในน้ำมัน ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวให้ดูมีสุขภาพดี และก็ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ... แต่ Lycopene มีค่า SPF ประมาณ 3 ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อการปกป้องผิวจากแสงแดด แต่ก็สามารถช่วยลดการทำลายของรังสีได้บ้าง ... หากใครไม่ค่อยตากแดด และไม่อยากใช้ครีมกันแดด การใช้ Lycopene ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจดีไม่น้อย
แหล่ง Lycopene ที่ดีที่สุดคือมะเขือเทศสดๆ ดังนั้นกินมะเขือเทศมากๆ ก็ช่วยปกป้องผิวจาก free-radicals และแสงแดดได้ด้วย

... แต่นั่นคือเราต้องกินมะเขือเทศ 100 g ต่อวัน ... ใครกินได้บ้างเอ่ย ... ถ้าใครกินไม่ไหว ก็มีทางเลือกคือกิน Lycopene supplement แทนละกัน
• 2.8 DMAE •DMAE ดูเหมือนจะเห็นกันให้เกลือนใน skincare สมัยนี้ ... ส่วนใหญ่เคลมว่าช่วยกระชับผิวที่หย่อนยาน ... เรียกตัวเองว่า facelift อะไทำนองนี้ ... แต่เมื่อใช้ DMAE ทาที่ผิวแล้วจะช่วยทำให้ผิวที่หย่อนยานกับมาดึ๋งดังอีกครั้ง มันจะจริงรึเปล่าก็ต้องมาดูกัน
ก่อนอื่นพูดถึงคำว่าหย่อนยานก่อน ... เด็กๆ อาจจะมีริ้วรอยได้เหมือนกันผู้ใหญ่ ... แต่ผิวหย่อนยานจะเกิดกับผิวที่มีอายุเท่านั้น
เท่าที่ผ่านมา ยังไม่มีสารเคมีที่ใช้ทา แล้วช่วยทำให้ผิวที่หย่อนยานกับมากระชับเต่งตึงอีกครั้ง ... จะมีก็เพียงยาที่ช่วยลดริ้วรอยได้ เช่นพวก retin a
แล้วทีนี้ DMAE จะช่วยแก้ผิวที่หย่อนยานได้รึเปล่า
DMAE มากจาก DiMethylAminoEthanol ซึ่งมีหน้าที่สังเคราะห์ phosphatidylcholine ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ cell membranes ... ความจริงแล้ว DMAE เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น smart drug มากกว่า skin firming agent อีก
การศึกษา DMAE พบว่า DMAE ช่วยลดการสะสมของ lipofuscin ที่สะสมอยู่ในเซลล์ ซึ่งเมื่อจะมีในคนสูงอายุ และจะค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ... เมื่อมีมากขึ้นผิวหนังที่ดูจากภายนอกก็จะดูเหี่ยวย่น
แต่การศึกษาเกี่ยวกับ DMAE ก็ยังมีน้อยเหลือเกิน ... แต่ก็ยังมีผลการทดลองแสดงออกมาบ้างว่า DMAE ช่วยกระชับผิวได้ นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่
เนื่องจาก DMAE มีราคาถูก ... เนื่องจากมีความเสถียรสูง ง่ายต่อการผลิต ... ดังนั้นใครจ่ายเงินราคาสูงเพื่อทดลองใช้ DMAE ก็ลองคิดใหม่อีกที ... DMAE กระปุกนึงไม่ควรราคาเกิน $5
• 2.9 Green Tea •ชา เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมาแต่โบราณ หลักๆ ก็ประกอบไปด้วย caffeine ... ปัจจุบันก็กลายมาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ช่วยป้องกัน heart disease และ มะเร็ง รวมไปถึงโรคเหงือก ต่อต้านริ้วรอย รวมไปถึงลดน้ำหนักอีกด้วย ... อะไรจะสาระพัดประโยชน์ขนาดนั้น
หลักๆ แล้วมีชาอยู่ 3 ประเภท ซึ่งความแตกต่างของชาพวกนี้คือวิธีการเก็บเกี่ยวและการเตรียมชา
- Black tea
- Green tea
- White tea (Oolong)
คุณสมบัติทางยาของชาพวกนี้ อยู่ที่ flavonoid phytochemicals ที่เรียกว่า polyphenols ซึ่งก็เป็น catechins ชนิดหนึ่ง ... green tea จะมี catechins มากกว่า black tea ... ส่วน white tea มี catechins มากพอๆ กับ green tea แต่ว่ามีการศึกษาน้อกว่า
มีการศึกษาข้อดีของการดื่มชากันอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นการปกป้องผิวจาก free radicals, มะเร็ง, การถอนพิษ และอื่นๆ อีกมากมาย
ประโยชน์ของ Green tea ต่อผิวพรรณของเรา ก็มีการศึกษาไม่น้อยเลย ... อย่างแรกเลยคือ green tea ช่วยปกป้องผิวจากแสดงแดดได้ดี ลดการถูกทำลายจากแสงแดด แล้วยังลดอาการแสบร้อนจาการถูกเผาไหม้จากแสงแดดอีกด้วย ... การใส่ green tea ลงไปใน sunscreen ก็จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของ sunscreen นั้นอีกด้วย
แล้วถ้า wrinkles ล่ะ green tea ช่วยได้หรือเปล่า ... หลักๆ ก็คือ green tea เป็น antioxidant ที่ดี ... เมื่อใช้ทาผิวแล้ว ก็จะช่วยลดการทำลายจากพวก free-radicals ทำให้ ริ้วรอย เกิดขึ้นช้าลง ... ส่วนผิวที่หย่อนยานก็มีผลการศึกษาบ้างว่า green tea ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยการใช้ 10% green tea cream ร่วมกับการกิน green tea 300 mg วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 เดือน
วิธีที่ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพสูงสุด green tea ทาผิว ก็เห็นจะเป็นวิธีที่ง่าย และถูกกว่าการหาซื้อครีมมาใช้ ก็คือ นำ green tea ไปชง แล้วก็เอาไปแช่แข็ง (ทำเป็น ice cubes) ... พอจะใช้ก็เอามาละลาย (ยังเย็นๆ อยู่) แล้วใช้ทาเป็น toner (อย่าเอามาทาโดยตรงเพราะจะทำให้เกิดอาการ freeze burn ได้)
• 2.10 Furfuryladenine (Kinetin, Kinerase) •Furfuryladenine เป็น plant-derived growth factor ที่ผู้ผลิตเคลมว่าช่วยลดริ้วรอยได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายผิวแต่อย่างใด
หลายๆ คนอ้างว่า Furfuryladenine เป็นทางเลือกของคนที่ต้องการใช้ Retin A แต่ไม่ต้องการให้ระคายผิว
แต่การศึกษาเกี่ยวกับ Furfuryladenine ยังมีน้อยมากๆ
มีผลการศึกษาอันนึงอ้างว่า 0.1% Furfuryladenine ช่วยลดริ้วรอยได้ดีกว่า Retin A ในขณะที่ไม่ส่งผลข้างเคียงใดๆ เหมือนกับ Retin A
ดูเหมือนว่าจะน่าสนใจดี ... แต่เราก็ต้องรอให้มีการศึกษาเกี่ยวกับ Furfuryladenine มากกว่านี้
ตามท้องตลาดมี Furfuryladenine ขายอยู่ในรูปของ Kinetin และ Kinerase
ยังไงก็ต้องรอกันต่อไป
• 2.11 Progesterone •มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ estrogens ทาผิว จะช่วยช่วยทำให้ผิวหญิงวัย menopause และผู้หญิงที่มีปริมาณ estrogens ในปริมาณต่ำ
มีการทดสอบผู้หญิง 40 คน ให้ทา 2% progesterone cream เป็นเวลา 4 เดือน ติดต่อกัน พบว่า 23% พบว่ามีผิวที่กระชับขึ้น และ 29% พบว่าริ้วรอยจางไป และ 10% พบว่าริ้วรอยลึกๆ ที่มุมปากที่เกิดจากการยิ้มและหัวเราะตื้นขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
แต่การศึกษาเกี่ยวกับ estrogens เมื่อใช้ทาผิว ก็ยังต้องมีการศึกษากันต่อไป
• 2.12 Niacinamide •
Niacinamide เป็นรูปแบบ หนึ่งในสองของ vitamin B3 (nicotinic acid) เป็น co-enzymes ที่สำคัญของ metabolic pathways ... ซึ่งมีบทบาทสำคัญใน metabolism ของ glucose, การสร้างพลังงานในเซลล์, และการสังเคราะห์ไขมัน
เมื่ออายุมากขึ้น ระดับ NADH/NADPH จะลดลง ซึ่งมีผลต่อ signs of aging ... การทาNiacinamide ไปที่ผิวโดยตรง จะไปช่วยชะลอการลดลงของ NADH/NADPH ... นอกจากนี้ ... Niacinamide ก็ยังช่วยเรื่อง antioxidant และ anti-inflammatory ด้วย ... Niacinamide มีความเสถียรและอ่อนโยน เมื่อใช้ในความเข้มข้นสูงๆ
มีการศึกษาอีกว่า 4% Niacinamide สามารถช่วยรักษาสิวได้ด้วย ... สำหรับผิวที่มีปัญหาเรื่อง Rosacea การใช้ Niacinamide ก็สามารถช่วยลดอากาแดงของผิวได้ด้วย
แต่การศึกษาเกี่ยวกับ Niacinamide ก็ยังอยู่ในวงแคบๆ (โดย P&G) ... ซึ่งเราก็คงจะต้องรอกันต่อไป
เนื่องจาก Niacinamide มีราคาะถูกมาก ... ดังนั้น การลงทุนซื้อ Niacinamide ในราคาที่สูงลิบ ก็น่าจะลองคิดดูอีกที