ice_pearl
Oct 5 2007, 11:06 AM
นี่หน้าเราตอนนี้เยินมากเลย

ตอนนี้เราใช้ cetaphill ล้างหน้า
ใช้ PanOxyl 5 % ทาก่อนล้างหน้า 15 นาที
แล้วแต้มหัวสิวอักเสบด้วย Clindamycin 1 %
แล้วก็กิน Isotane 10 mg วันละ 1 เม็ดตอนเช้าพร้อมอาหาร
แล้วก็ทา retin A 0.05% ตอนก่อนนอน
ทั้งหมดนี่เราเพิ่มเริ่มใช้มาได้ 5 วันแระไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง
แต่เห็นว่ามันต้องใช้เวลา
ice_pearl
Oct 5 2007, 11:12 AM
รูปใหญ่ไปป่าวไม่รู้ อิอิ
tu111
Oct 5 2007, 11:37 AM
หาหมออยู่หรือเปล่าครับถ้าหาหมอทำตามคำแนะนำของหมอนะครับคุณ ice_pearl
ถ้าไม่ได้หา Isotane ไม่ควรซื้อกินเองครับและจะบอกตอนที่ผมเป็นมากๆสิวที่เป็นเป็นแบบนี้เลยเป็นเม็ดๆมีหนอง
ลองใช้ Benzac2.5% ทาทั่วหน้าหลังล้างหน้าดู ที่สิวก็แต้ม CM แล้วก็หยุดตัวอื่นนะครับ
ล้างหน้าลองเปลี่ยนเป็น Physiogel ดูนะครับเพราะ Cetaphil มี SLS ซึ่งอาจทำให้สิวเพิ่ม
ความเห็นส่วนตัวนะครับแต่คิดว่าน่าจะดีขึ้น
KaLaMunG
Oct 5 2007, 12:21 PM
โห ใหญ่จัง อิอิ
เป็นเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ที่เห็นสีแดงๆ นั่นเป็นรอยแดง หรือว่าเป็นสิวคะ แบบว่ามันเบลออ่ะ ดูไม่ค่อยชัด
เราว่าใช้ benzac สัก 1 ชั่วโมงก่อนล้างหน้าเลยดีกว่า
แล้วลองซื้อ แผ่นดูดสิว 3M ตาม watson ก้อมี เห็นเค้าว่า 2 วันได้ผล
ใช้กับสิวที่มีหนองนะคะ ก่อนใช้ก้อล้างหน้าให้สะอาด แล้วเอาเข็ม(ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว) เจาะลงไปแล้วเอาแผ่นดูดสิวแปะเอาไว้
มันจะดูดหนองออกมา จนแผ่นเป็นสีขาวๆ ก้อให้เปลี่ยนแผ่นใหม่
แนะนำว่าหลังจากเจาะแล้วห้ามบีบนะคะ
ลองดูนะคะ เผลอว่าเราไม่ได้เป็นสิวมีหนองแบบนี้ ก้อเลยยังไม่ได้ใช้
ice_pearl
Oct 5 2007, 01:16 PM
ไม่ได้หาหมอหรอกคะ
แต่เมื่อก่อนเคยหาแล้วกินอยู่ประมาณสามเดือนก็หายดี
ก็เลยซื้อมากินเองคิดว่าคงไม่เป็นไร
ที่ไม่ได้หาหมอเพราะที่หมอราคาค่อนข้างแพงคะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
จะลองทำตามดู
SaKuRaHI
Oct 5 2007, 04:39 PM
เอา Retine-A ออกไปก่อนดีก่างับ หรือ ทาเฉพาะ สิว อุดตัน เม็ดเล็กๆ หรือ พอสิวอักเสบ หายดีแล้ว ทิ้งรอยดำ ค่อยทาดีก่าคับ Retin-A อาจจะทำให้ สิวอักเสบยิ่งขึ้น! ได้ครับ !!
sebman
Oct 5 2007, 06:11 PM
โห ของคุณหนักเหมือนกันครับ น่าเห็นใจ
หมอที่หานี่เป็นหมอตามคลินิกชื่อดังหลายสาขาหรือเปล่าครับ ?? ผมว่าหมอเขาไม่ได้เลี้ยงไข้หรืออะไร แต่จากประสบการณ์ผมไม่แน่ใจในความชำนาญของหมอตามคลินิกอะครับ จบหมอจริง แล้วก็ไปต่อวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรทางผิวหนัง นอกจากนั้นคลินิกที่ดังมากๆบางแห่ง รักษาคนไข้แบบเหมาโหล เดินออกห้องโน้นทะลุห้องนี้ คุยไม่ถึง 10 นาทีก็จ่ายยาเลย ยังไม่ทันวินิจฉัยอะไร
ผมแนะนำให้ลองไปหา หมอผิวหนัง ที่เป็น "หมอผิวหนัง" จริงๆ และให้สังเกตว่า ถ้ามี Diplomate American Board (of Dermatology) ละก็ ค่อนข้างชัวร์ เดี๋ยวจะหาว่ามาโปรโมทได้ % นะ 5555 ไปตามนี้นะ
หมอที่เป็นหมอผิวหนัง หรือ dermatologist พวกนี้ก็เรียนมาตำราเดียวกับหมอคลินิกชื่อดังแหละครับ แต่เขาจะมีความชำนาญในการดูอาการจริงๆ มีประสบการณ์ และวินิจฉัยสาเหตุ รวมถึงขนาดของการใช้ยาไม่น้อยเกิน หรือแรงเกิน
น.พ.อนันท์ ลัธธนันท์ Diplomate American Board of Dermatology, Postdoctoral Fellow of Temple University
โทร 02-711 4830 อยู่แถวๆถ.เอกมัยนะ คลินิกเปิด 17:30-20:30 ทุกวัน (หยุด พุธ และ อาทิตย์)
ท่านนี้รักษาสิวผมจนหายครับ
น.พ.ปริทัศน์ ศุกรีเขตร Diplomate American Board of Dermatology, Postdoctoral Fellow of Yale School of Medicine
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โทร. 02-711 8000
ท่านนี้รักษา seb derm ผมจนทุเลาไปเลยครับ หลังจากเปลี่ยนหมอมา 2 เจ้าเท่าไรก็ไม่หาย
ไม่แพงทั้งคู่ครับ ไม่ยัดเยียดวิตามินบำรุง ตอบคำถามทุกคำถาม อดทนกับคนไข้ และอารมณ์ดีตลอด
เมื่อพบหมอ กรุณาเล่าให้หมอฟังทั้งหมดนะครับว่า คุณเคยไปหาคลินิกที่ไหน ใช้ยาอะไรไปบ้าง กินยาอะไรเองบ้าง เขาจะได้วินิจฉัยถูก
ice_pearl
Oct 6 2007, 01:56 PM
ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยแนะนำนะคะ
KaLaMunG
Oct 6 2007, 11:14 PM
คืบหน้ายังไงอย่าลืมมาบอกกันมั่งนะคะ
ice_pearl
Oct 11 2007, 12:00 PM
ตอนนี้สิวอักเสบเริ่มยุบแล้วคะ
เหลืออีกไม่กี่เม็ด
เพราะหยุดทา retin A ทั่วหน้าแต่ทาเฉพาะที่เป็นสิวอุดตันและรอยสิว
ตอนเช้าตื่นมาก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกแล้วเช็ดหน้าด้วยClinda M แต้มสิวด้วย
Clindamycin 1% ที่ไม่ใช่ Clinda M นะ
และระหว่างวันก็แต้มสิวด้วย Clindamycin 1% เท่าที่จะนึกขึ้นได้
ตอนเย็นก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงล้างออก
เช็ดหน้าด้วยClinda M แต้มสิวด้วย
Clindamycin 1% ก่อนนอนทา retin A
10 วันได้แล้วดีขึ้นมากแล้วคะวันหลังจะเอารูปมาลงให้ดูนะคะ
sebman
Oct 11 2007, 12:32 PM
ตอนนี้สิวอักเสบเริ่มยุบแล้วคะ
เหลืออีกไม่กี่เม็ด
เพราะหยุดทา retin A ทั่วหน้าแต่ทาเฉพาะที่เป็นสิวอุดตันและรอยสิว
ตอนเช้าตื่นมาก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออก
การใช้ BP แบบนี้ ตอนเช้าไม่ต้องทาก็ได้ครับ เยอะไป เสียเวลา และระวังอีกหน่อยผิวจะบาง หน้าจะแพ้ง่าย แถมคุณใช้ 5% อีกต่างหาก มันมีฤทธิ์เป็นกรดนะครับ
แล้วเช็ดหน้าด้วยClinda M
Clindamycin มันเป็นยาปฏิชีวนะนะครับ ไม่ได้ใช้สำหรับเป็นน้ำยาเช็ดหน้า ใช้ผิดวิธี อีกหน่อยเชื้อจะดื้อยา ต้องเข้าใจด้วยว่า สิวเริ่มแรกทีเดียวไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เชื้อโรคบนหน้ามีอยู่แล้วครับ กำจัดยังไงก็ไม่หมด เพียงแต่ว่ามันมีเชื้อเยอะขึ้นเพราะเกิดการอุดตันก่อน แล้วจึงค่อยกลายเป็นการอักเสบ ข้อสำคัญคือการรักษาสุขภาพ นอนหัวค่ำ กินอาหารมีประโยชน์ และอย่าไปยุ่งกับหน้ามากไป
แต้มสิวด้วย
Clindamycin 1% ที่ไม่ใช่ Clinda M นะ
และระหว่างวันก็แต้มสิวด้วย Clindamycin 1% เท่าที่จะนึกขึ้นได้
แต้ม 3 ครั้งต่อวัน เช้า กลางวัน ก่อนนอน ก็เยอะแล้วครับ
ตอนเย็นก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงล้างออก
ทิ้งไว้นานกว่านี้ ก็ไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อได้มากไปกว่านี้ครับ เพราะว่าอีกแป๊บเดียว เชื้อโรคก็เจริญขึ้นมาได้อีก
เช็ดหน้าด้วยClinda M แต้มสิวด้วย
เหมือนข้างบน
Clindamycin 1% ก่อนนอนทา retin A
10 วันได้แล้วดีขึ้นมากแล้วคะวันหลังจะเอารูปมาลงให้ดูนะคะ
ยินดีด้วยครับที่ดีขึ้นมาก แต่ควรเปลี่ยนวิธีการใช้ยาให้ถูกวิธีดีกว่าครับ การใช้ยาเกินไม่ได้ทำให้หายเร็ว แต่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและผลข้างเคียงตามมา นอกจากนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำจากหมอดีกว่า
แล้วก็ลองไปเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันอย่างอื่น เช่น เข้านอนให้เร็วหน่อย ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เลิกยุ่งกับหน้าบ่อยเกินไป อย่างการไปทายาบ่อยๆกับหน้านี่ บางทีมันไปทำให้ระคายเคืองไปกระตุ้นสิวซะเอง
ViVi
Oct 11 2007, 01:16 PM
น่าเห็นใจค่ะ เพราะเมื่อก่อนเราก็เคยเป็นแบบคุณ ice-pearl (จากหน้าเกลี้ยงจนเพื่อนอิจฉากลายเป็นน้องอีสุกอีใส :( )
ก่อนนี้ เคยหาหมอ (พรเกษม) ค่ะ ไปได้แค่ 4 เดือน เลิกค่ะ เพราะหน้าดีขึ้นแต่กระเป๋าตังค์แห้งไปเลย :'(
พอหยุดหาหมอได้ 1 ปี มันก็กลับมาเป็นอีก ... เครียดจิง ๆ
แต่ถ้ายังไงแล้ว เพื่อไม่ให้มันลุกลามไปกว่านี้ ... พยายามดูแลตัวเองค่ะ ก็ตามที่หลาย ๆ คนบอก
1. ดื่มน้ำบ่อย ๆ ไม่ต้องมาก แต่เน้นบ่อย ๆ
2. ออกกำลังกาย (เราเริ่มมาอบซาวน่า/อบสมุนไพร ให้หน้าดูมีเลือดฝาด :-[)
3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ (4 ทุ่มต้องเริ่มเข้านอนแล้วค่ะ ตอนนี้ต้องหากิจกรรมทำให้เหนื่อยจะได้เพลียร์แล้วหลับ :-* เพลียร์จากการเล่นกีฬาน่ะ)
4. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้าไม่ครบก็หาวิตามินเสริมมาทาน (เราทาน Vit c+Floric Acid+fish oil/primrose)
นี่คือวิธีปฎิบัติของเราตอนนี้ ... เอาใจช่วยนะคะ ;)
vong
Oct 11 2007, 05:49 PM
น้องเป็นเม้ดใหญ่มาก แนะนำลองดูนะครับควรกินยาถ่ายน้ำเหลือง และกินวิตามิน zing ดูนะครับและมีสิวเม็ดใหญ่ช่วงเช้าล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าตอนเย็นหน้ามันและสกปรกล้างด้วยสบู่สิวนะครับและปรับพฤติกรรมต่างๆตามที่เพื่อนแนะนำนะครับ เช่น อย่านอนเกิน 4 ทุ่ม ดื่มน้ำบ่อยๆๆๆ ขับถ่ายก่อน 07.00 น. กินข้าวก่อน 09.00 น. กินผักผลไม้ที่กากใยอาหารเยอะๆเช่น แครอท แก้วมังกร งดใช้ครีมบำรุงทุกอย่าง รวมทั้งครีมกันแดดด้วย หายสิวและค่อยใช้นะครับ พยายามให้ผิวหน้าปลอดครีมบำรุงทุกอย่างเพื่อจะได้ไม่ระคายเคืองนะครับ เอาใจช่วยนะครับ
KaLaMunG
Oct 11 2007, 06:22 PM
เค้าว่าแก้วมังกรกินเยอะๆก้อไม่ดีนะคะ
ice_pearl
Oct 12 2007, 08:51 AM
ขอบคุณทุกท่านที่แนะนำและให้กำลังใจนะคะ
เวปนี้ดีจังเลยมีความรู้ดีเพิ่งได้เข้ามาแต่ก็ชอบมากคะ
ทีนี้สิวของเราจะได้หายซักที
ขอบคุณนะคะ
vong
Oct 12 2007, 11:05 AM
อยากเห็นรูปน้องปัจจุบันว่าสิวดีขึ้นแล้วหรือยังครับ
KaLaMunG
Oct 12 2007, 11:29 AM
อยากเห็นด้วยๆๆ ขอรูปชัดๆหน่อยนะคะ
ice_pearl
Oct 15 2007, 02:31 PM
หวัดดีคะวันนี้เอารูปมาให้ดู
นี่แหละเราคิดว่าดีขึ้นแล้วนะว่ามั้ยคะ
ice_pearl
Oct 15 2007, 02:34 PM
และอยากถามด้วย
พอดีมีคนแนะนำให้ใช้ดินสอพองกับมะนาวพอกสิวแล้วมันจะหาย
ไม่รู้จิงปาว
อยากรู้ว่าดินสอพองมันมีส่วนผสมของอะไรหรอคะ
KaLaMunG
Oct 15 2007, 03:22 PM
เราก้อเคยใช้ แต่ไม่เห็นได้ผลอะไรเลย หรือว่าเราใช้ไม่ถูกวิธี???
เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก้อไม่อักเสบมากแล้วนะ
เราว่าใช้ผงวิเศษสำหรับสิวที่เอาหัวออกแล้ว มันจะแห้งเร็วมาก 2 วันก้อได้ผลแล้ว
tu111
Oct 15 2007, 11:01 PM
เหมือนลดลงจากรูปแรกแล้วนะครับ แล้วสิวก็รู้สึกจะแห้งลงด้วย ส่วนตัวผมว่าถ้าจะลองพวกนี้ลองเฉพาะตรงที่เป็นสิวก่อนนะครับอย่าเพิ่งไปพอกทั้งหน้า ลองค้นข้อมูลก็ไม่ได้มีข้อมูลแน่นอนและก็เพิ่มในหน้ารีวิวให้แล้วเผื่อมีใครเคยใช้แล้วมารีวิวกัน
Mirror
Oct 16 2007, 10:21 AM
ดีขึ้นจากรูแปรกจริงๆค่ะ
สู้ต่อไปปปป
ice_pearl
Oct 17 2007, 10:11 AM
ดูเหมือนมันจะขึ้นมาอีกเลย
ทำไงดีอ่ะ
ก็ใช้เหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยนะเนี่ย
แค่กดเอาหัวสิวออกเอง ฮือๆๆๆๆๆ
ice_pearl
Oct 17 2007, 10:16 AM
ให้ดูรูป
sebman
Oct 17 2007, 10:33 AM
ก่อนอืน ผมแนะนำว่า หา "หมอผิวหนัง ที่มีความชำนาญ" เถอะครับ ได้แนะนำไปแล้ว
คุณใช้ยาหลายอย่าง เยอะเกิน ทั้งกิน โดยไม่ปรึกษาหมอก่อน บางตัวที่เป็นยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแก้อักเสบบ้าง clinda บ้าง อาจมีการดื้อยาไปแล้ว นอกจากนี้ก็ใช้ยาผิดวิธีเช่น เอา clinda มาทาทั่วหน้า และล่อทั้ง BP ทั้ง Retin-A ทั้งหน้าเข้าไปอีก ซึ่งมันเป็นกรดทั้งคู่ และยิ่งมียา มีครีมหลายตัวไว้ทา ทาแต่ละทีก็เกิดความเสี่ยงกระตุ้น เพราะคุณต้องลูบๆทาๆ ไปกันใหญ่
นอกจากนี้ ผมยังยืนยันคำแนะนำเดิมครับ
ตอนนี้สิวอักเสบเริ่มยุบแล้วคะ
เหลืออีกไม่กี่เม็ด
เพราะหยุดทา retin A ทั่วหน้าแต่ทาเฉพาะที่เป็นสิวอุดตันและรอยสิว
ตอนเช้าตื่นมาก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออก
การใช้ BP แบบนี้ ตอนเช้าไม่ต้องทาก็ได้ครับ เยอะไป เสียเวลา และระวังอีกหน่อยผิวจะบาง หน้าจะแพ้ง่าย แถมคุณใช้ 5% อีกต่างหาก มันมีฤทธิ์เป็นกรดนะครับ
แล้วเช็ดหน้าด้วยClinda M
Clindamycin มันเป็นยาปฏิชีวนะนะครับ ไม่ได้ใช้สำหรับเป็นน้ำยาเช็ดหน้า ใช้ผิดวิธี อีกหน่อยเชื้อจะดื้อยา ต้องเข้าใจด้วยว่า สิวเริ่มแรกทีเดียวไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เชื้อโรคบนหน้ามีอยู่แล้วครับ กำจัดยังไงก็ไม่หมด เพียงแต่ว่ามันมีเชื้อเยอะขึ้นเพราะเกิดการอุดตันก่อน แล้วจึงค่อยกลายเป็นการอักเสบ ข้อสำคัญคือการรักษาสุขภาพ นอนหัวค่ำ กินอาหารมีประโยชน์ และอย่าไปยุ่งกับหน้ามากไป
แต้มสิวด้วย
Clindamycin 1% ที่ไม่ใช่ Clinda M นะ
และระหว่างวันก็แต้มสิวด้วย Clindamycin 1% เท่าที่จะนึกขึ้นได้
แต้ม 3 ครั้งต่อวัน เช้า กลางวัน ก่อนนอน ก็เยอะแล้วครับ
ตอนเย็นก็ทา BP 5% ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงล้างออก
ทิ้งไว้นานกว่านี้ ก็ไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อได้มากไปกว่านี้ครับ เพราะว่าอีกแป๊บเดียว เชื้อโรคก็เจริญขึ้นมาได้อีก
เช็ดหน้าด้วยClinda M แต้มสิวด้วย
เหมือนข้างบน
Clindamycin 1% ก่อนนอนทา retin A
10 วันได้แล้วดีขึ้นมากแล้วคะวันหลังจะเอารูปมาลงให้ดูนะคะ
ยินดีด้วยครับที่ดีขึ้นมาก แต่ควรเปลี่ยนวิธีการใช้ยาให้ถูกวิธีดีกว่าครับ การใช้ยาเกินไม่ได้ทำให้หายเร็ว แต่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและผลข้างเคียงตามมา นอกจากนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำจากหมอดีกว่า
แล้วก็ลองไปเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันอย่างอื่น เช่น เข้านอนให้เร็วหน่อย ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เลิกยุ่งกับหน้าบ่อยเกินไป อย่างการไปทายาบ่อยๆกับหน้านี่ บางทีมันไปทำให้ระคายเคืองไปกระตุ้นสิวซะเอง
KaLaMunG
Oct 17 2007, 11:37 AM
น่ากดสุดๆ
tu111
Oct 17 2007, 11:50 AM
สิวอักเสบทั้งนั้นอย่าไปกดเลยนะครับเพราะแบบนี้ยิ่งกด ยิ่งแกะ ยิ่งติดเชื้อและลาม พยายามอย่าไปยุ่งกับมันมาก
วิธีที่หนึ่งก็แบบที่คุณ sebman บอกไปหาหมอ
วิธีที่สอง
ตอนนี้คุณ ice-pearl ทา Benzac5% ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมงแล้วระคายเคืองหรือเปล่าถ้าไม่ลองหา 2.5% มาใช้ทาหลังล้างหน้าทิ้งไว้เลยดู แล้วอย่าไปแกะ อย่าจับผมว่าน่าจะดีขึ้น ลองดูนะครับเชื่อว่าน่าจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ใช่วันสองวันก็ดีขึ้นเลยนะ ลองใช้ไปดูซัก 4 อาทิตย์ผมว่าน่าจะโอเคและตรงที่อักเสบก็แต้ม clinda ส่วนเรตินเอก็ไม่ต้องไปใช้แต้มสิวอักเสบหรอกครับมันไม่ได้เป็น spot treatment คือไม่ได้ช่วยเรื่องลดการอักเสบอะไรเลยกวนผิวเปล่าๆ
pople
Oct 17 2007, 05:15 PM
เราว่าลองไปหาคุณหมออย่างที่คุณ seb man แนะนำดีกว่านะ หมอรักษาหน้าที่ไม่แพงและดีก็มี เราว่าการใช้ยารักษาเองมันอาจจะดีกับคนที่หน้าไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่สำหรับคุณ ice pearl บางทีมันจะใช้เวลารักษานานหรือตอนแรกๆสิวจะหายแต่พอใช้ไปแป๊ปหนึ่งพวกสิวจะไม่ยุบแล้วหน้าจะแห้งมากๆๆ ดูแล้วคุณ ice pearl ใช้ยาเยอะมากนะแล้วความจริงอันนี้จากประสบการณ์ของเราเองนะ ยาที่คุณหมอให้ทาหน้า(คุณหมอหน้าที่ไม่ใช้ที่เค้ามีโฆษณาเยอะๆ) คุณหมอเค้าจะไม่ให้เราทายาเยอะ เพราะหน้าที่เป็นสิวเราสังเกตุจากของเรานะทาอะไรไปเยอะแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยมากหรอกเพราะหน้าอ่อนแอผิวไม่แข็งแรงเลย ลองไปหาหมอรักษาให้หน้าแข็งแรงรักษาสิว เราลองคุยกับคุณหมอว่าอยากรักษาสิวแบบไม่ต้องใช้ treatment จริงๆถ้าเป็นหมอหน้าโดยตรงเค้าจะไม่ให้เรารักษาโดยใช้ treatment หรอกเพราะหน้ายังบาง แล้วอย่าไปสนใจไปจับหน้าคือบางทีอาจจะเผลอได้แต่เราเข้าใจว่าพอเวลามีสิวเราจะต้องให้ความสนใจกับมันมากพอเห็นก็ทนที่จะจับไม่ได้ เราไม่อยากให้ลองรักษาเองกลัวจะไม่หายเพราะเห็นเป็นเยอะแล้วกลัวจะเปลืองเพราะอาจลองยาหลายตัวค่ะ
เราเคยอ่านของคุณ seb manว่าล้างหน้าน้ำเปล่าอันนี้เพื่อนเราคนหนึ่งก็ล้างหน้าน้ำเปล่าตลอดไม่ใช้ไรเลยแต่เค้าเป็นผู้ชายไม่แต่งหน้าของเราต้องแต่งหน้าก็ทำไม่ได้ แต่เราเชื่อว่าการที่ล้างน้ำเปล่าถ้าไม่แต่งหน้าไรก็ดีนะเพราะเห็นหน้าเพื่อนเราไม่มีสิวเลยถึงแม้หน้าเค้าจะมันถ้าวันไหนมันมากหน่อยเค้าบอกก็ล้างบ่อยหน่อยคือแค่ล้างเอาความมันออกไม่ได้ถูขัดอะไร
ขอให้หายเร็วๆนะค่ะ เรารู้เวลามีสิวเยอะๆมันขาดความเชื่อมั่น อย่าไปจับหน้าละกันค่ะ
ice_pearl
Oct 18 2007, 01:22 PM
ขอบคุณทุกคำแนะนำและกำลังใจนะคะ
แต่ขอร้องเถอะคะแนะนำอะไรก็ได้แต่อย่าแนะนำให้ไปหาหมอเลยคะ
ขอให้มันเป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกเถอะคะเสียเงินไปมากแล้วกับการไปหาหมอเนี่ยคะ
sebman
Oct 18 2007, 02:33 PM
ขอบคุณทุกคำแนะนำและกำลังใจนะคะ
แต่ขอร้องเถอะคะแนะนำอะไรก็ได้แต่อย่าแนะนำให้ไปหาหมอเลยคะ
ขอให้มันเป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกเถอะคะเสียเงินไปมากแล้วกับการไปหาหมอเนี่ยคะ
ก็เป็นการตัดสินใจของคุณเองอะครับ แต่ผมอยากจะฝากข้อคิดไว้ให้ลองคิดดู ซึ่งเป็นผลประโยชน์คุณเองล้วนๆครับ ผมเห็นอาการคุณในรูปที่ถ่ายมาให้ดู อาการของผิวคุณ
เป็นสิวขั้นเทพ ไม่เฉพาะคุณ แต่อยากให้ใครที่อาการรุนแรงแต่ขยาดหมอไปแล้ว อ่านดูนะ
1. ผมเห็นใจคุณครับ รู้ซึ้งว่าทำไมถึงขยาดแล้วกับการหาหมอ แต่ให้ลองทบทวนดูครับว่า หมอที่คุณไปหามาแต่ละคนนั่นน่ะ คือ หมอประเภทไหน? คุณอาจโชคไม่ดีนักที่เจอกับหมอที่ขาดจรรยาบรรณตลอดมาครับ ถ้าเป็นการหาหมอคลินิกยอดนิยม หลายๆสาขา ไม่อยากระบุชื่อเลย แห่กันไปเพราะพี่ที่ทำงานว่าดี น้องคนนั้นบอกลองนี่ดูสิ พวกนี้ผมรู้ว่าแพงครับ แพงมากๆ เขาไม่ได้เลี้ยงไข้ แต่เขาแค่ทำการตลาดให้คนรู้จัก แล้วก็รักษาแบบเหมาโหล หมอพวกนี้จบหมอธรรมดามา แล้วก็ไปต่อวุฒิบัตรอีกแค่ใบเดียวแป๊บเดียว แล้วก็มาเรียกตัวเองว่าเป็นหมอผิวหนัง ซึ่งไม่ใช่ ไม่มีการแนะนำอะไรคุณว่าคุณควรปฏิบัติตัวยังไงหลังจากดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันมัน เขาคุยกับคุณแป๊บนึงก็จ่ายยา แล้วยัดยาให้ แล้วก็ชวนทำผลักวิตามิน ขัดผิว ยิงโน่นนี่ "เงิน" เท่านั้นที่พวกนี้ต้องการครับ คุณก็เลยเสียเงินไปมากแล้ว แต่มันไม่ดีขึ้น
2. "หมอผิวหนัง หรือ dermatologist" เป็นคนละประเภทกับหมอคลินิกความงามนะ คุณเคยเจอกับหมอผิวหนัง ตัวจริงหรือยัง? หมอผิวหนัง (dermatologist) ที่แท้จริง ก็อย่างที่คุณ pople พูดน่ะถูกต้องเลยครับ พวกนี้ประสบการณ์สูงกว่าหมอทั่วไป จะไม่เน้นการให้ยาเยอะ แต่เขาจะวินิจฉัยได้ค่อนข้างแม่นยำว่า อาการคุณอยู่ในระยะไหน จึงสามารถจ่ายยาเท่าที่จำเป็น และในขนาดที่จำเป็น ดังนั้นก็จะไม่แพง มันต่างกันตรงนี้ครับ
คุณรู้ไหมครับ ผมหา "หมออนันต์" ที่ผมแนะนำคุณไป สิวทั่วหน้าผมทุเลา พบหมอ 3 ครั้ง ด้วยงบเพียงไม่เกิน 900 กว่าบาท มีแต่ค่ายา ส่วนค่าหมอ หรือกดสิวหมอยังไม่คิดค่าบริการเลยครับ แล้วไม่ต้องไปต่อคิววุ่นวาย แล้วหมอก็แนะนำวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องให้เป็นความรู้
3. หลักการของวิชาหมอ ที่มีจรรยาบรรณ โดยทั่วไป คือ เมื่อมีโรค ก็วินิจฉัยหาสมมติฐาน และวิธีรักษา ส่วนหลักการของการให้ยา ไม่ว่าโรคอะไร ยาแค่ไปหยุดหรือบรรเทาอาการเท่านั้น แล้วปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองครับ เมื่อทุเลาแล้ว หมอก็จะแนะวิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกัน ไม่ใช่ยัดเยียดยา
4. ซื้อยามาทาเองยังไม่เท่าไร กรณีร้ายสุดอย่างมากก็หน้าพัง แต่การซื้อยามากินเอง อันตรายกว่าครับ เพราะเราไม่รู้ว่าขนาดยาเป็นอย่างไร ควรหยุดยาได้หรือยัง มันส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกายเราอย่างไร เรารับไปแล้วเท่าไร มองไม่เห็น สามัญสำนึกของคนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนหมอมา ก็รู้แค่ว่า ไม่หายเราก็ใช้มันต่อ ลองต่อไป, นอกจากนี้เภสัชกรที่สถานที่ขายยาก็ชำนาญสู้หมอไม่ได้หรอกครับ ซ้ำร้ายส่วนใหญ่ปล่อยลูกจ้าง พนักงานเป็นคนแนะนำซะอีก เพราะเภสัชไม่อยู่ ประเทศไทยน่ะการควบคุมเรื่องนี้อ่อนมาก
5. คุณเคยคำนวณบ้างหรือเปล่าว่า คุณเสียเงินเฉพาะยาที่เอามาลองเอง บวกค่าเดินทางไปซื้อเป็นเงินเท่าไร? และคุณจะต้องเสียเงินไปอีกเท่าไร เพื่อทดลองยากับหน้าไปเรื่อยๆ? และเมื่อยิ่งนานไปวันไหนที่คุณคิดจะกลับไปรักษากับหมอผิวหนังจริงๆ การฟื้นฟูก็จะยิ่งยากนะครับ แล้วก็กลุ้มไปเรื่อยๆ
KaLaMunG
Oct 19 2007, 09:00 AM
เห็นด้วยกับคุณ sebman น่าจะลองไปที่โรงพยาบาลดู น่าจะดีกว่าคลีนิคทั่วไป
แต่ก่อนเราไปหาอยู่คลีนิคหนึ่ง ครั้งหนึ่งก้อพันกว่าบาทแล้ว (แพงกว่าโรงพยาบาลของคุณ sebman อีก) ที่นี่เป็นที่เดียวที่รักษาหน้าเราให้ดีขึ้น เราก้อเลยยอมจ่าย แต่........... เค้าปิดร้านไปแล้วอ่ะ :~~
กว่าจะเจอหมอที่ใช่ก้อ........... อ่ะนะ
ice_pearl
Oct 20 2007, 01:57 PM
อืมถ้าเป็นอย่างที่คุณ sebman ว่าจริงก็น่าจะลองไปหาที่โรงพยาบาลดู
แต่ว่าเขามีหมอทุกที่หรือป่าวคะ
แล้วโรงบาลใกล้บ้านจะมีหรือแล้วเห็นมีบางโรงบาลบางแห่งที่เขาโปรโมทเรื่องความงามล่ะคะ
จะเป็นเหมือนคลีนิกทั่วไปป่าวคะ
Teddy
Oct 22 2007, 10:29 PM
ลองไปโรงพยาบาลเกษมราษฎร์สิครับ เห็นพูดกันปากต่อปากว่าดีน่ะครับ
sebman
Oct 23 2007, 06:01 PM
อืมถ้าเป็นอย่างที่คุณ sebman ว่าจริงก็น่าจะลองไปหาที่โรงพยาบาลดู
แต่ว่าเขามีหมอทุกที่หรือป่าวคะ
แล้วโรงบาลใกล้บ้านจะมีหรือแล้วเห็นมีบางโรงบาลบางแห่งที่เขาโปรโมทเรื่องความงามล่ะคะ
จะเป็นเหมือนคลีนิกทั่วไปป่าวคะ
ไม่แน่ใจเหมือนกัน ผมคิดว่า ยังไงก็ "ค้นคว้า" ดูประวัติของหมอก่อนดีกว่าครับ
เดี๋ยวนี้โรงพยาบาลต่างก็มีเว็บไซต์ มีข้อมูลของหมอเฉพาะทาง เช่น หมอผิวหนังในแผนกผิวหนัง
พยายามไปโรงพยาบาลที่กล้าเปิดเผยข้อมูล การศึกษา วุฒิ ของหมอ
และพยายามสังเกตคำว่า Diplomate, American Board of Dermatology (เรียกสั้นๆว่า อเมริกันบอร์ด) ในประวัติของหมอผิวหนังคนนั้นค่อนข้างจะเชื่อถือได้ ในเมืองไทยได้ยินว่าหมอที่เป็น "อเมริกันบอร์ด" มีไม่ถึง 100 คนนะครับ
กระจายกันอยู่ตามโรงพยาบาล และคลินิกต่างๆ ควรตรวจสอบดูก่อนตัดสินใจไปพบ
ice_pearl
Nov 1 2007, 03:50 PM
เอารูปมาให้ดูคะคือตกลงว่าไปหาหมอที่พรเกษม
เพราะทนไม่ไหวแต่ไม่ใช่ตัวเองทนไม่ไหวนะคะ
แต่เป็นคนรอบตัวมากกว่าตัวเองก็เฉยๆ
ไม่ค่อยเท่าไรเพิ่งไปหาหมอมาเมื่อวานนี้เอง
โดยกดสิวเพลินเลยเจ็บแต่ว่ามันส์ดีชอบ
กดเยอะมาออกมาหน้าแดงเหมือนโดยตบมาเลย
พอไปถึงหมอถามว่าไปทำอะไรมาก็บอกว่าเราใช้อะไรยังไง
ก็ก็ถามว่าใครรักษาให้เธอเนี่ย
เราก็บอกว่าไม่มีใครรักษาให้หรอกคะรักษาเองโดยดูจากเวป
หมอก็บอกว่าแหมถ้าเธอดูจากเวปแล้วรักษาได้ก็คงไม่ต้องมีหมอไว้รักษาหรอก
หมอบ่นใหญ่เลย
แล้วหมอก็ให้ยามากิน 2 ตัวไม่รู้เป็นยาอะไร
อย่างแรกเป็นเหมือนยาแก้อักเสบ เม็ดสีขาว-ฟ้า
อันที่สองเป็น ยาเม็ดเล็กเคลือบสีฟ้า ให้กินอย่างละ 2 เม็ดวันละสองครั้งเช้า - เย็น
แล้วก็สบู่ล้างหน้า มียาแต้มสิวเช้า -เย็น c+f น่าจะคล้ายๆคลินด้ามัยซิน แล้วก็มียาทาทั่วหน้าไม่รู้อะไรแต่ให้ทาแค่ 7 วัน
แล้วก็มียาทาสิวอีกตัวทาเช้า - เย็นเหมือนกันแต่ไม่รู้คืออะไรแต่ทาแล้วหน้ามันมากมันเป็นเหมือน วาสลีนเลยอ่ะ
ทั้งหมดเนี่ยรวมกดสิวด้วยแล้วนะตั้ง 1008 บาทแนะ
ice_pearl
Nov 1 2007, 03:52 PM
รูปหลังจากไปกดสิวมาเมื่อวาน
ice_pearl
Nov 1 2007, 03:53 PM
อีกรูปหนึ่ง
sebman
Nov 1 2007, 04:32 PM
ยินดีด้วยครับกับการตัดสินใจไปหาหมอ หมอเขาพูดถูกแล้ว
ยาแก้อักเสบน่าจะเป็นกลุ่มเพนนิซิลิน
ยาเม็ดเคลือบ ไม่รู้
สบู่ล้างหน้า ของเขาดีครับ เคยลองใช้ แต่แพงเว่อร์ ควรไปสืบดูว่าจริงๆแล้วคือยี่ห้ออะไร
ยาแต้มสิวเช้า-เย็น น่าจะเป็นคลินด้ามัยซินครับ
ยาทาทั่วหน้า 7 วัน น่าจะเป็น BP
ยาทาสิวอีกตัว ไม่รู้ครับ
1008 บาท ดีกว่าไปเสี่ยงซื้อยากินเองแล้วโดนผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในเยอะครับ
KaLaMunG
Nov 1 2007, 05:07 PM
1008 ไม่แพงหรอก มีกดสิวอีก
เหมือนหน้าจะดูดีกว่าครั้งแรกที่โพสให้ดูรึป่าว อย่างน้อยมันก้อไม่เป็นเม็ดปูดๆขาวๆแล้ว
ice_pearl
Nov 2 2007, 11:02 AM
เด๋วจะมาอัพเดทให้ดูความเป็นไปเรื่อยนะคะ
KaLaMunG
Nov 2 2007, 04:22 PM
รอดูนะคะ (ของตัวเองยังเละเหมือนเดิม)
ViVi
Nov 2 2007, 11:21 PM
เราก็เคยไปกดสิวที่นั่นมาเหมือนกันค่ะ ... แต่พอไปครั้งที่ 2 ต้องบอกเขาว่า ขอไม่กดได้ไหม เพราะหลังกดไป 1 คืน มันจะอักเสบ แต่ก็ OK ที่มียากินแก้อักเสบไม่ให้ระบมมาก พร้อมกับยาทาเพื่อให้หัวหนองมันแข็ง แล้วอีก 1-2 วัน หัวมันก็แข็ง แล้วหลุด มีรอยบาดแผลทิ้งไว้นิดหน่อย :-X
แต่... เราต้องไปทำงานทุกวัน ต้องพบลูกค้า ต้องประชุม ระยะเวลาหลังกดสิว หน้ามันจะดูช้ำ ๆ ไปอีก 3 -4วัน :(เลยต้องขอไม่กดสิวอีก เปลี่ยนเป็นฉีดยาแทนดีกว่า แล้วก็ทำรีจู อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ โดยรวมก็เสียตังค์ครั้งละเกือบพันบาท (ปี2006)
ice_pearl
Nov 3 2007, 08:44 AM
วันนี้เอารูปยาที่หมอให้มา
เอามาให้ดู
ice_pearl
Nov 3 2007, 08:45 AM
นี่
sebman
Nov 3 2007, 09:13 AM
Xg ผมเคยลอง เป็นเจลล้างหน้าที่ดีมากครับ แต่แพงโคตร
ใช้ไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็หมด
เชื่อว่าต้องเป็นยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งในท้องตลาดนี่แหละ
ข้อเสียของการหาหมอคลินิกก็คือ เขาปกปิดชื่อสามัญของยา
ซึ่งตามจริงไม่ถูกตามหลักสิทธิผู้ป่วยนะครับ
ลองดูไปก่อนแล้วกันครับ
susew
Nov 3 2007, 12:06 PM
ถ้าไม่หายแนะนำหาหมอแล้วทานโรแอคคะ ต้องทานอาจจะวันละ10mg.นาน6เดือน(เป็นไปได้วันละ20mg.นาน6เดือนโอกาสหายขาดมันจะมากกว่า)แล้วพอทานผ่านไปซักเดือน2เดือนถ้าหน้าเริ่มมีน้ำมันมากขึ้น ทาพวกbenzacกันไว้เลยคะจะได้กันสิวใหม่ ที่สิวเห่องี้อาจเพราะทานโรแอคแค่3เดือนก็เป็นไปได้นะคะ เพราะ หมอนิวัติเคยบอกว่าถ้าทานปริมาณน้อยๆมันจะไปยับยั้งต่อมไขมันไม่ได้ไปทำให้ต่อมไขมันเล็กลง พอเลิกทานมันจะยิ่งผลิตน้ำมันมากขึ้นอีก~~~~
แต่ถ้าทานแค่แก้อักเสบแล้วทายาแล้วดีขึ้น ก็ไม่ต้องทานน๊าคะ เพราะมันเป็นยาอันตราย อิอิ
ice_pearl
Nov 3 2007, 01:28 PM
ใช่แล้ว Xg ใช้ดีหอมนุ่มด้วยแต่เเพงอย่างว่าแหละคะ
ส่วนโรแอคคิวเเทนนั้นปกติกินอยู่วันละ 10 mg มาได้เดือนกว่าแล้วตอนที่ยังไม่ได้หาหมอ
น่ะคะแต่พอไปพบหมอก็บอกเขาว่าเรากินโรแอคคิวเทนอยู่แต่หมอบอกให้หยุดกินก่อน
ให้กินยาของหมอไปก่อน 1 อาทิตย์แล้วค่อยกินต่อนะหมอบอกอย่างนั้นนะคะ
susew
Nov 3 2007, 06:17 PM
ตามหมอว่าเลยคะ^O^ เพราะเป็นสิวอักเสบมาก หมอคงอยากให้มันยุบๆหน่อย สู้ๆนะ
Mirror
Nov 4 2007, 12:25 AM
ใช่ค่ะ เมื่อครั้งที่เคยหาหมอ กระปุกครีมต่างๆเค้าเขียนแค่ว่าทาเมื่อไหร่
ไม่ได้ระบุชื่อยา ไม่หมือนหมอตามโรงพยาบาล เค้าจะบอกชื่อสามัญมาเต็มๆ
ตอนหาหมอคลินิคเลยทาๆไปงั้น ไม่รุว่ายานี้ไว้ทำไร ชื่อไร
แย่อ่ะ :-\
ice_pearl
Nov 8 2007, 08:58 AM
เมื่อวานไปหาหมอมาอีก
หมอให้ยามากินเหมือนเดิม เป็นเม็ดเเคปซูลฟ้าขาวให้กิน ครั้งละ 2 เม็ดเช้าเย็นเหมือนเดิม
ยาเม็ดเล็กๆสีฟ้ากินครั้งละเม็ดลดลงจากเดิมกินครั้งละ 2 เม็ด
แล้ให้กิน Roaccutane สัปดาห์ละ 4 เม็ด
ให้ยาทามาเพิ่ม (ตามรูป )
แต้มยา+กดสิว
หมดไป 818 บาท(อันนี้ไม่รวม Roaccutane นะคะเพราะเราบอกหมอว่าเรายังมีเหลืออยู่ซื้อที่หมอคงเเพงน่าดู)
ซื้อกินเองดีกว่าเม็ดละ 20 บาทเอง
ส่วนสิวก็คิดว่ามันยังเหมือนเดิมอยู่นะยังไม่มีไรเปลื่ยนแปลงเป็นรอยแดงๆ
สิวอักเสบอะไรก็ไม่ค่อยมีแล้วคงนานมั้งกว่าจะหาย
หน้านี้เป็นเวอร์ชั่นตัดภาพกราฟิกของเนื้อหาทั้งหมด หากต้องการดูเวอร์ชั่นเต็มที่มีข้อมูลครบถ้วนพร้อมการจัดรูปแบบและภาพ กรุณา
คลิกที่นี่.